ฟาร์มไส้เดือน แก้จน และฟาร์มพลังงาน แก้จน


Side Menu
Side Page

 สถิติวันนี้ 16 คน
 สถิติเมื่อวาน 20 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
548 คน
5076 คน
48635 คน
เริ่มเมื่อ 2014-07-05
จะเปิดอบรมวิธีเลี้ยงไส้เดือน แก้จนและพลังงาน แก้จน อีกครั้งใน วันที่ 8-9 ก.ค. นี้                                                                                                                                                                                                                                                                           
 
เรื่องของการตลาด และการรับซื้อคืน
     การตลาดเป็นสิ่งสำคัญ ผมยินดีรับซื้อไส้เดือนคืนนะครับ ผมขายกิโลละ 1000 บาท รับซื้อคืนกิโลละ 500  ถ้าเพื่อนๆขายกันเองให้ขายกิโลละ 1,000 บาท ทีมงานอื่นเขาขายกันกิโลละ 1,200 – 1,800บาท และไม่มีรับซื้อคืน
     เนื่องจากผมมีแนวคิดว่าอยากให้พี่น้องชาวเกษตรกรสามารถซื้อไปผลิตปุ๋ยดีราคาถูกได้ จึงตั้งราคาแบบยุติธรรม แต่ผมอยากให้เพื่อนๆได้เข้าใจเพิ่มเติมบางประการนะครับ คืออยากรวยมากรวยเร็วต้องทำตลาดเอง เพราะถ้าทำตัวเป็นคนขายส่งก็เท่ากับขี้เกียจหาตลาด หรือกลัวความรวยนะครับ
     เพื่อนๆที่สนในการเลี้ยงไส้เดือน แล้วรอขายกลับคืนให้ผมนั้น เพื่อนๆก็จะเหมือนชาวนาที่ทำนาข้าว แล้วรอขายข้าวให้โรงสี พวกโรงสีรับซื้อราคาถูกๆ หาสารพัดเหตุผลมากมายเพื่อกดราคารับซื้อ  ชาวนาขายข้าวหอมมะลิกิโลละ 14 บาท คนไทยอย่างผมซื้อข้าวหอมมะลิกินกิโลละ 35 บาท ผมขอถามเพื่อนๆในเฟสว่า “คุณรู้จักชาวนาไทยที่กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีมั๊ย  มีมั๊ย มีมั๊ย ถ้ามีช่วยบอกด้วยครับ คนที่ซื้อข้าวกินอย่างผมไม่เคยกำหนดราคาเองหรือไม่เคยต่อรองราคาขายของพวกนายทุน พวกคุณจะขายเท่าไหร่ผมก็ต้องซื้อกิน ถ้าข้าวหอมมะลิกิโลละ 100 ผมก็ยังต้องซื้อกิน
      เพราะชาวนาไม่เคยหาตลาดเอง เจ้าของโรงสีจึงรวยเอารวยเอาเป็นมหาเศรษฐีกันถ้วนหน้าเพราะพวกเขาเอาข้าวที่ซื้อมาไปขายต่อกินกำไรอีกทอดนึง ส่วนชาวนาเป็นหนี้เป็นสินกันถ้วนหน้า
     ประเทศไทยมีพิ้นที่กี่ล้านไร่ครับ ถ้าพวกเราปลุกสำนึกชาวเกษตรกรไทยให้รู้จักคุณประโยชน์ คุณค่าของไส้เดือน เพื่อนๆต้องใช้ไส้เดือนกี่ล้านล้านตัวครับเพื่อแก้ปัญหาให้แผ่นดินที่ชาวเกษตรกรไทยใช้มานานตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ สภาพของผืนดินเริ่มเสื่อมลง จนต้องกลายเป็นหนี้นายทุนเพราะต้องซื้อปุ๋ยจากนายทุนต่างชาติซึ่งราคาแพงเกินไป แต่ไม่ว่าจะแพงแค่ไหนเกษตรกรไทยก็ต้องซื้อ (เหมือนที่ผมต้องซื้อข้าวกินไม่ว่าจะแพงแค่ไหนก็ต้องซื้อ)
     ดังนั้นถ้าเรามองมุมกลับ ถ้าเกษตรกรทำเอง ขายเอง เราหาตลาดเองเราก็รวยเองจริงแท้แน่นอน
ลู่ทางในการทำการตลาดมีมากครับ ประเทศที่ประสบผลสำเร็จในการใช้ไส้เดือนดินผลิตปุ๋ยหมักและกำจัดขยะในชุมชนคือ คิวบา มีศูนย์ผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนขนาดใหญ่ ใช้มูลวัวเป็นหลัก ปุ๋ยที่ได้ใช้กับข้าวโพด ยาสูบ มะเขือเทศ กระเทียม และไม้ตัดดอก 
     สหรัฐอเมริกา มีบริษัทปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินในเมืองโอรากอน ใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติ มีกำลังผลิตวันละ 12-14 ตัน โดยใช้วัสดุเหลือใช้และขยะอินทรีย์จากชุมชนในเมือง ใช้พื้นที่ 90 ตารางเมตร ภายในโรงเรือนที่ควบคุมอุณหภูมิ คิดค่าเก็บขยะในตัวเมือง ราคา 2,000 us dollars/ตัน แล้วขายปุ๋ยหมักมูลไส้เดือน ในราคา 1,000 us dollars/ตัน เรียกว่าได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเชียวครับ
     ที่ฝรั่งเศสก็ใช้ระบบอัตโนมัติทั้งหมด รองรับขยะอินทรีย์ได้ 20 ตัน/วัน โดยใช้ไส้เดือนดิน 1,000-2,000 ล้านตัว ช่วยย่อยสลายขยะ  และที่ประเทศอินเดีย ก็มีการผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินอย่างจริงจัง สามารถผลิตได้มากกว่า 3,000 ล้านตัน/ปี 
ที่ประเทศไทยล่ะครับ...ทำอะไรกันอยู่...ยังมีโอกาสอีกมากใช่มั๊ยครับ....
โทร.ถามข้อมูลเพิ่มเติม 08-5000-8288
Copyright (c) 2006 by Yutfarms.com Tel. 08-5000-8288